Get Adobe Flash player
Home ถาม + ตอบสนทนาธรรม

ข่าว

ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อสมาชิก รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ

สุวิชาโน ภวํ โหติ ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ
(1 จำนวนผู้เยี่ยมชม) (1) บุคคลทั่วไป
สุวิชาโน ภวํ โหติ ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ
  • หน้าที่:
  • 1

กระทู้: สุวิชาโน ภวํ โหติ ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ

สุวิชาโน ภวํ โหติ ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ 2 ปี, 1 เดือน ที่ผ่านมา #18

  • สหวัสส์
  • ออฟไลน์
  • Administrator
  • บริการให้เช่าพื้นที่สำหรับจัดท​ำเว็บไซด์ส่วนตัว+เว็
  • จำนวนโพสต์: 13
  • พลังน้ำใจ: 0
สุวิชาโน ภวํ โหติ

ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ


คำว่าภาวนาหรือพัฒนา ก็คือการฝึกฝนอบรมขัดเกลาจิตใจและปัญญาให้มีความเจริญงอกงามด้วยคุณธรรมและจริยธรรม มีความเข้มแข็งอาจหาญร่าเริงในธรรมพร้อมทั้งมีความเพียร มีสติ มีสมาธิ มีปัญญารู้เท่าทันต่อความเป็นไปของชีวิตภายใต้ความเปลี่ยนแปลงเข้าใจในสิ่งต่างๆทั้งหลายตามความเป็นจริงจนมีจิตใจที่เป็นอิสระก็คือภาวะที่ไม่ถูกครอบงำด้วยกิเลสและความทุกข์ทั้งที่เป็นจิตตภาวนาและปัญญาภาวนาควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพของชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทีนี้การพัฒนาคุณภาพของชีวิตให้มีประสิทธิภาพตามหลักธรรมคำสอนในทางพระพุทธศาสนานั้นก็คือการทำชีวิตของเราให้มีแต่ความเจริญงอกงามด้วยคุณธรรมและจริยธรรมดำเนินไปในวิถีทางที่ถูกต้องดีงาม ท่ามกลางความสมดุลสุนทรี วิถีที่ถูกต้องดีงามนั้นเราเรียกว่า มรรค มรรคก็คือหนทางอันเป็นข้อปฏิบัติเพื่อให้ชีวิตดำเนินไปในวิถีทางที่ถูกต้องดีงามแต่ทีนี้จะทำอย่างไรให้ชีวิตดำเนินไปในวิถีทางที่ถูกต้องดีงามมันก็ต้องมีการฝึกฝนฝึกหัดปฏิบัติขัดเกลาไอ้การฝึกฝนฝึกหัดฝึกหัดปฏิบัติขัดเกลาเพื่อให้ชีวิตดำเนินไปในวิถีทางที่ถูกต้องดีงามนั้นเราเรียกว่าสิกขาหรือศึกษา ซึ่งก็มีอยู่ด้วยกัน ๓ อย่างคือ

อธิสีลสิกขา ศึกษาฝึกฝนอบรมขัดเกลาในเรื่องของศีลเป็นการจัดระเบียบชีวิตให้กับตัวเองด้วยการควบคุมกายวาจาให้อยู่ในระเบียบอย่างมีระบบก็เพื่อความประพฤติที่เรียบร้อยดีงามฉะนั้น ศีล ๕ จึงเป็นพื้นฐานเบื้องต้นเป็นมาตรฐานในการวัดคุณค่าราคามนุษย์ให้หลุดจากความเป็นคนเป็นการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมอันทรงคุณค่าให้เกิดขึ้นบนความแตกต่างท่ามกลางความแตกแยกของสังคมมนุษย์ในปัจจุบันเป็นการยกระดับฐานะทางด้านความคิดเป็นการยกระดับฐานะทางด้านปัญญาในการที่จะนำพาตนให้พ้นจากห้วงเหวแห่งสังสารทุกข์เป็นตัวแบ่งแยกความคิดของชนชั้นทางด้านภูมิธรรมฉะนั้นศีล ๕ จึงเป็นพื้นฐานเบื้องต้นเป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลายเป็นประมุขของธรรมทั้งปวงศีลจึงเป็นเครื่องกั้นความทุจริตทำให้จิตใจของเราอาจหาญร่าเริงในธรรมเป็นกำลังที่หาเปรียบมิได้เป็นเกราะกำบังอันล้ำเลิศเป็นอาภรณ์อันแสนประเสริฐเป็นอาวุธที่สุดวิเศษหอมฟุ้งขจรขจายไปทั่วทุกทิศ นี่คือหลักของศีล

อธิจิตตสิกขา ศึกษาฝึกฝนอบรมขัดเกลาในเรื่องของเทคนิคการกำหนดจุดยุทธศาสตร์ของจิตเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งคุณภาพของชีวิตให้มีประสิทธิภาพที่เรียกว่าสมาธิคือ“ สมาธิง ภิกฺขเว ภาเวถ สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาติ ”พวกเราท่านทั้งหลายจงยังสมาธิให้เกิดขึ้นบุคคลผู้มีจิตตั้งมั่นอบรมเป็นสมาธิแล้วย่อมรู้เห็นตามความเป็นจริงอันนี้เป็นหัวใจของสถกัมมัฏฐานทีนี้เมื่อเราปฏิบัติไปจนถึงขั้นอัปปนาสมาธิสมาธิที่แนบแน่นจนจิตนิ่งดิ่งในอารมณ์ปราศจากนิวรณ์ธรรมมากั้นจิตและได้บรรลุฌานแล้วเราก็เอาฌาณนี้มาเป็นบาทฐานในการเจริญวิปัสสนาต่อไป อันนี้เป็นงานทางจิต

อธิปัญญาสิกขา ศึกษาฝึกฝนอบรมขัดเกลาในเรื่องของปัญญาเป็นการพัฒนาขีดความสามารถให้มีศักยภาพในการคิดในการวิเคราะห์รู้จักจำแนกแยกแยะสิ่งที่ดีและชั่วบาปบุญคุณโทษ สิ่งที่เป็นประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ปัญญานั้นมีอยู่ด้วยกันหลายระดับมีทั้งโลกียะและโลกุตตระแต่ต้องเป็นปัญญาที่เป็นสัมมาทิฐิคือสัมมาทิฐิดำริถูกทางวางตัวให้เหมาะสมชื่นชมให้เกียรติ์ยกย่องผู้อื่นไม่ฝืนสังขารทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่ปรุงแต่งความคิดฝึกจิตให้สูงส่งไม่หลงยึดติดอยู่ในโลกธรรมฉะนั้นการศึกษาพระพุทธศาสนาให้ถ่องแท้นั้นเราจะต้องกะเทาะเปลือกแล้วเลือกเอาแต่แก่นที่เป็นแก่นแท้แห่งพุทธะที่เป็นแก่นแห่งอรยะด้วยการจดจำจ่อจิตเป็นการเปิดโลกแห่งความคิด ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและก็ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ฉะนั้นพวกเราท่านทั้งหลายเราจะเป็นกบในกะลาครอบหรือเราจะเป็นกบที่อยู่นอกกะลาคือเมื่อได้ฟังได้คิดได้พิจารณาแล้วเราต้องเอาปัญญาของเขามาต่อยอดปัญญาของเราเพื่อที่จะได้นำเอาไปเป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้ามุ่งมั่นฟันฝ่ากระแสแห่งความทุกข์ด้วยกระแสธรรม“ ปญฺญาย ปริสุฌฺติ ”เราจะบริสุทธิ์หมดจดได้ก็เพราะปัญญา ปัญญาจึงเป็นแสงสว่างในโลกแสงสว่างที่เสมอด้วยปัญญานั้นไม่มีอันนี้คือหลักของปัญญา

ทีนี้การพัฒนาคุณภาพของชีวิตให้มีประสิทธิภาพนั้นเราจะต้องพัฒนาที่กายที่วาจาที่ใจด้วยการศึกษาค้นคว้าที่มีทั้งคุณธรรมและจริยธรรมเป็นแกนนำควบคู่กันไปที่เป็นไปอย่างมีระเบียบมีระบบ คือมีทั้งเหตุและมีทั้งผลมนุษย์เราทุกๆคนนั้นล้วนแล้วแต่มีความรู้ความส่ามารถที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเองด้วยกันทั้งนั้นแต่ทีนี้มันขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะสามารถดึงเอาศักยภาพซึ่งเป็นพลังที่ซ่อนอยู่ภายในตัวของเรานั้นเอาออกมาใช้ได้อย่างไรหากเราสามารถทำได้ชีวิตจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเราจะต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนวิธีคิดซึ่งผลลัพธ์ในชีวิตมันก็จะเปลี่ยนตามไปด้วยเราอย่าปิดกั้นตัวเองจากสิ่งที่ไม่เคยทำเพื่อที่เราจะได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆและอาจทำให้ชีวิตของเราประสพความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ในอดีตที่ผ่านมานั้นพวกเราหลายคนหลายท่านอาจเคยประสพความผิดพลาดล้มเหลวในการดำเนินชีวิตล้มเหลวในการประกอบธุรกิจหน้าที่การงานอดีตเป็นสิ่งที่เราแก้ไขมันไม่ได้แต่ปัจจุบันเราสามารถที่จะทำให้มันดีขึ้นมาได้ด้วยการปฏิวัติตัวเองคือปฏิวัติพัฒนาชีวิตปลุกจิตสำนึกสร้างแรงจูงใจใฝ่ในการฝึกฝนสะสมคุณธรรมความดีหลีกหนีความชั่วไม่เกลือกกลั้วในอบายใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า และก็ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ปฏิวัติแปลว่าการหมุนกลับโดยฉับพลันหรือการเปลี่ยนแปลงการปกครองฉะนั้นเราจะต้องเปลี่ยนแปลงการปกครองตัวเองจากระบอบอัตตาธิปไตยคือการยึดถือเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองที่ไหลไปตามอำนาจของกิเลสอวิชชา ตัณหาอุปาทานเปลี่ยนมาเป็นการปกครองตัวเองในระบอบธัมมาธิปไตยคือการยึดถือเอาหลักธรรมเป็นใหญ่ที่มีทั้งคุณธรรมและจริยธรรมเป็นแกนนำฉะนั้นปฏิวัติพัฒนาชีวิตปฏิวัติดัดนิสัยย่อมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไขสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ในชีวิตของเรายังมีความผิดพลาดบกพร่องอยู่อันนี้นับว่าเป็นวิธีการที่ชาญฉลาดน่าสรรเสริญยกย่อง แต่การแก้ตัวที่เกิดจากความขลาดเขลาหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่กล้าที่จะยอมรับความเป็นจริงในสิ่งที่ตัวเองยังมีความผิดพลาดบกพร่องอันนี้แหละเป็นวิสัยของคนพาล

ทีนี้พวกเราท่านทั้งหลายเราลองมากำหนดบทบาทแล้วทบทวนตัวเองดูสิว่าตั้งแต่เราได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมานั้นเราต้องพบกับความหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงความ

เป็นไปต่างๆของชีวิตต้องพบประสพเจอกับเหตุการณ์ปัญหาต่างๆมากมายหลากหลายรูปแบบหลากหลายเรื่องราวทั้งความทุกข์ทั้งความเศร้าในบางครั้งมันก็เศร้าในบางคราวมันก็สุขแต่ในบางทีมันก็ทุกข์จนหัวอกสะท้อนมีทั้งท้อแท้ท้อถอยหดหู่สิ้นหวังหมดกำลังใจทำอะไรก็ยังไม่ประสพความสำเร็จชีวิตต้องล้มลุกคลุกคลานทั้งหมดนี้คือความเป็นไปของชีวิตมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตายส่วนรายระเอียดปลีกย่อยต่างๆนั้นมันขึ้นอยู่ที่อำนาจแรงเหวี่ยงของกรรมฉะนั้นคนเราเกิดมาจึงไม่เหมือนกันถ้าเราหยิบยกเอาความทุกข์และปัญหาต่างๆเหล่านั้นขึ้นมาวิเคราะห์ทั้งความไม่สมหวังความประมาทพลาดหวังความล้มเหลวในการดำเนินชีวิตความล้มเหลวในการประกอบธุรกิจหน้าที่การงานในอดีตที่ผ่านมาเรายกเอามาเป็นตัวตั้งแล้วเอาความเพียรพยายามเอาความอดทนเอาความมุ่งมั่นเอากำลังใจมาเป็นพลังในการที่จะผลักดันและขับเคลื่อนเป็นการจุดประกายแห่งความหวังเป็นการสร้างพลังทางความคิดเปลี่ยนแปลงแนวความคิดเปลี่ยนแปลงชีวิตพลิกจากวิกฤติให้ขึ้นมาเป็นโอกาสพลิกจากความระทมอมทุกข์ให้ขึ้นมาเป็นคนที่มีความสุขความสมหวังแล้วเราก็จะสามารถที่จะนำพาชีวิตของเราไปให้ถึงจุดหมายปลายทางตามที่เราได้วางเอาไว้อย่าลืมว่า วิริเยน ทุกฺขมเจติ บุคคลจะล่วงพ้นความทุกข์ได้ก็เพราะความเพียรพยายามและความอดทนเท่านั้น


www.sahawathost.com/

เปิดสอนเขียนเว็บไซด์ เปิดร้านค้าออนไลน์ ทำเว็บ E-commerce ร้านค้าออนไลน์ ทำเว็บโรงเรียน ทำเว็บไซต์ส่วนตัว ทำเว็บไซต์วัด ทำเว็บวัด บริการให้เช่าพื้นที่สำหรับจัดทำเว็บไซด์ ,ซื้อขาย+ของมือสอง,ซื้อ-ขาย-แลก-เปลี่ยน, ซื้อ-ขายเชิญห้องนี้, ,ฮ๊อตฮิต ติดอันดับ ฟังเพลง,เล่นเกมส์,,ดูโทรทัศน์,,ฟังวิทยุ,,อ่านข่าว,,สัตว์เลี้ยง,ท่องเที่ยว,อิเล็กทรอนิกส์, รวมดาวน์โหลดโปรแกรม,
แก้ไขล่าสุด: 2 ปี, 1 เดือน ที่ผ่านมา โดย สหวัสส์.
  • หน้าที่:
  • 1
ใช้เวลาในการร่างหน้านี้: 1.07 วินาที

mp3 flash player by undesign website design.